Warren Buffett เคยพูดไว้ว่าคนส่วนใหญ่ควรลงทุนในกองทุนดัชนีมากกว่าเลือกหุ้นเอง เพราะแม้แต่ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพส่วนใหญ่ก็ทำผลตอบแทนได้ไม่ดีกว่าดัชนีตลาดในระยะยาว
กองทุนดัชนีคืออะไร
กองทุนดัชนีคือกองทุนรวมที่ลงทุนตามดัชนีตลาดหุ้น เช่น SET50 S&P 500 หรือ MSCI World แทนที่จะมีผู้จัดการกองทุนเลือกหุ้นรายตัว กองทุนดัชนีจะซื้อหุ้นทุกตัวในดัชนีนั้นๆ ตามสัดส่วนที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น กองทุนดัชนี SET50 จะลงทุนในหุ้น 50 ตัวที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทยพร้อมกัน
ทำไมกองทุนดัชนีถึงดีกว่า
ค่าธรรมเนียมต่ำกว่ามาก กองทุนดัชนีมี Total Expense Ratio (TER) เพียง 0.2-0.5% ต่อปี เทียบกับกองทุนบริหารจัดการที่อาจสูงถึง 1.5-2.5% ค่าธรรมเนียมที่ต่างกันนี้สะสมเป็นเงินก้อนใหญ่มากในระยะ 20-30 ปี
ผลตอบแทนดีกว่าในระยะยาว งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า ในระยะ 10 ปีขึ้นไป กองทุนดัชนีมักทำผลตอบแทนได้ดีกว่ากองทุนบริหารจัดการมากกว่า 80% กระจายความเสี่ยงอัตโนมัติ เพราะลงทุนในหุ้นหลายสิบหรือหลายร้อยตัวพร้อมกัน
กองทุนดัชนีที่น่าสนใจสำหรับคนไทย
กองทุนดัชนี SET50 ลงทุนในหุ้นใหญ่ไทย 50 ตัว เหมาะสำหรับคนที่อยากลงทุนในตลาดไทย กองทุนดัชนีหุ้นโลก (Global) ลงทุนในหุ้นบริษัทใหญ่ทั่วโลก กระจายความเสี่ยงได้ดีที่สุด และกองทุนดัชนี S&P500 ลงทุนในหุ้น 500 บริษัทใหญ่สุดของสหรัฐ ผลตอบแทนระยะยาวดีมาก
วิธีซื้อกองทุนดัชนีในไทย
ซื้อได้ผ่านแอปของธนาคาร เช่น K-My Fund ของกสิกร หรือ SCB Easy ของไทยพาณิชย์ ผ่าน บลจ. โดยตรงเช่น BBLAM, TISCO, Krungsri และผ่านแอปลงทุนเฉพาะ เช่น Finnomena ที่มีกองทุนให้เลือกหลากหลาย
กลยุทธ์ DCA กับกองทุนดัชนี
DCA หรือ Dollar Cost Averaging คือการซื้อกองทุนในจำนวนเงินเท่าๆ กันทุกเดือน ไม่ว่าราคา NAV จะขึ้นหรือลง เมื่อราคาตก คุณได้หน่วยลงทุนมากขึ้น เมื่อราคาขึ้น คุณได้น้อยลง แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ต้นทุนจะต่ำกว่าการซื้อครั้งเดียวทั้งหมด วิธีนี้เหมาะมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากลงทุนสม่ำเสมอ